ตอนแรกว่าจะอัพวันสิ้นปี ทำไปทำมาผ่านมา 1 เดือนแล้ว อ๊า เวลาหายไปไหนหมด
 
สวัสดีปีใหม่แล้วก็ขอบคุณทุกคนที่ส่งการ์ดมาให้นะคะ
ปีใหม่ exteen โฉมใหม่หน้าตายังไม่คุ้นเท่าไหร่เลยยังงง ๆ อยู่ แต่ปีนี้ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวต่อไปด้วยค่ะ
 
 
Title: Sekai-ichi Hatsukoi ~ Yokozawa Takafumi no Baai, Short Story (Part 2/2)
Author/Circle: Nakamura Shungiku, Fujisaki Miyako
Rating: PG
Translated From: September Scanlations [http://september.strawberrywine.org/?p=315]
Translated to Thai: talalan
 
 
ตอนนี้: สองวันหลังจากเรื่องคราวที่แล้ว โยโกซาว่าพบว่าตัวเองโดนคิริชิมะหลบหน้าโดยไม่รู้สาเหตุ...

“ถ้าอย่างงั้นก็ขอจบการประชุมเรื่องจำนวนพิมพ์ของเดือนนี้ไว้เท่านี้ ขอบคุณมากครับ เดือนหน้าพบกันใหม่”

เมื่อโยโกซาว่าปิดการประชุมทุกคนที่เข้าร่วมก็พากันลุกออกจากที่นั่ง ปรากฏว่าการประชุมวันนี้ราบรื่นกว่าปกติ มันจบลงโดยมีปัญหากับประเด็นให้ถกไม่มากนักเมื่อลดสายตาลงมองนาฬิกาโยโกซาว่าก็พบว่าการประชุมจบลงเร็วเป็นพิเศษ ถ้าเป็นแบบนี้ก็มั่นใจได้ว่าจะมีโอกาส “คุยกัน” เขาเหลือบตามองไปทางคิริชิมะที่นั่งเฉียงไปทางตรงกันข้าม

“…!”

ทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วคิริชิมะจะเป็นคนที่มองตาเขาก่อนแล้วจ้องจนโยโกซาว่าอึดอัดจนต้องหันหน้าหนี แต่คราวนี้คิริชิมะกลับเป็นคนที่หลบตาก่อน แถมยังรีบพุ่งออกจากห้องประชุมด้วยสีหน้าปั้นยากพิกล

“…บ้าเอ๊ย เผ่นไปซะได้”

“ว่าไงนะครับ?” เฮ็นมิที่นั่งอยู่ข้าง ๆ มองมาด้วยใบหน้าสงสัยเมื่อได้ยินเสียงสบถพึมพำของโยโกซาว่า
 
“แค่พูดคนเดียวน่ะ นายจัดการที่เหลือต่อเองได้รึเปล่า?”
 
“ก็ได้อยู่ครับ แต่-โยโกซาว่าซังจะไปไหนเหรอ?”

“ฮื่อ โทษที เอาเอกสารพวกนี้ไปแล้วกลับไปก่อนนะ” พอแก้ตัวแบบคลุมเครือเสร็จ เขาก็เข้าที่ ระวัง เตรียมพร้อมแล้วออกไล่ตามคิริชิมะไป “เป็นบ้าอะไรของเค้านะ...”

คิริชิมะทำตัวแปลก ๆ มาตั้งแต่เช้า เขาเหล่มองมาทางโยโกซาว่าทุกครั้งที่มีโอกาส แต่กลับไม่เข้ามาหาหรือมากวนใจโยโกซาว่าตรง ๆ เลยซักครั้ง โยโกซาว่ากะไว้ว่าพอประชุมเสร็จจะได้มีโอกาสคุยกันซะที แต่เจ้าตัวคิริชิมะก็ฉากหลบไปอีกจนได้

หลังจากเดินพลางหลบเพื่อนร่วมงานบนทางเดินไปพลาง โยโกซาว่าก็ตามคิริชิมะทันจนได้ เขายืนอยู่คนเดียวที่หน้าลิฟท์ “เฮ้!”

คิริชิมะหันมาตามเสียง แต่รอยยิ้มตามปกติของเขากลับไม่ปรากฏให้เห็น

“หือ? ว่าไง?” ทั้งหมดทั้งปวงนี่ดูแล้วทำให้วุ่นวายใจไม่น้อยเลย

“เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

“งั้น-เอาไว้ก่อนได้มั้ย ตอนนี้ชั้นมีเรื่องต้องทำ”

โยโกซาว่าเห็นคิริชิมะจงใจมองลงไปที่นาฬิกาแล้วก็รู้สึกได้ว่าอารมณ์พุ่งปรี๊ด “เราประชุมเสร็จเร็วกว่ากำหนดนะ ยังไงคุณก็ต้องมีเวลาว่างอย่างต่ำสิบนาที”

“ชั้นเพิ่งนึกได้ว่ามีเรื่องต้องทำน่ะ เพราะงั้น...”

“เชื่อก็บ้าแล้ว มานี่” และก่อนที่ใครจะทันได้ห้ามเขาก็ผลักคิริชิมะเข้าไปในห้องประชุมที่ใกล้ที่สุดที่ว่างอยู่ พอปิดประตูเรียบร้อยโยโกซาว่าก็จัดการเอาตัวขวางประตูไว้ไม่ให้คิริชิมะมีช่องทางหนีได้

“ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย? จะบังคับกันเกินไปแล้ว”

“นั่นมันคำพูดของผมต่างหาก! คุณหลบหน้าผมมาทั้งเช้าแล้วนะ...ผมไปทำอะไรให้คุณรึไง?”
 
จริง ๆ แล้วเรื่องนี้แหละที่โยโกซาว่ากังวลอยู่ เขารู้อยู่แก่ใจดีว่าตัวเองเป็นพวกที่ชอบพูดจาห้วน ๆ และอาจจะทำร้ายความรู้สึกคนอื่นโดยไม่รู้ตัวเอาได้ง่าย ๆ ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเผลอพูดอะไรร้าย ๆ ออกไปโดยไม่ทันคิด

“ชั้น...เปล่า คือ...มันไม่ใช่อย่างงั้น...” ขณะที่โดนโยโกซาว่าจ้อง สีหน้าลำบากใจแบบก่อนหน้านี้ก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าของคิริชิมะ จากนั้นเขาก็เสมองไปทางอื่น

โยโกซาว่าได้รู้แล้วว่าเมื่อไหร่ที่คิริชิมะรู้สึกว่าตัวเองจนมุม เขามักจะเลื่อนสายตามองไปด้านบนเฉียงไปด้านข้าง...แปลได้ว่าคิริชิมะปิดบังอะไรอยู่ เห็นแบบนี้แล้วโยโกซาว่าก็รุกต่อ “แล้วมันเป็นยังไงล่ะ?”

“ก็แค่...เอาเป็นว่าไม่ใช่เรื่องที่นายจะต้องกังวลหรอกน่ะ พูดตามตรงแล้วนี่มันเป็นปัญหาที่ตัวชั้นเอง...”

“แล้วทำไมคุณจะต้องหลบหน้าผมเพราะปัญหาของคุณเองไม่ทราบ?”

“ตอนนี้ชั้นก็...อธิบายไม่ถูกน่ะ” โยโกซาว่าเริ่มจะเหนื่อยกับคำแก้ตัวแบบเอาสีข้างเข้าถูของคิริชิมะขึ้นมาจริง ๆ ถ้าเขาทำอะไรผิดไป เขาก็อยากจะให้พูดออกมาตรง ๆ มากกว่า

“ปกติคุณเป็นอัจฉริยะด้านการเอาเรื่องงี่เง่ามาพูดเฉไฉไปมาไม่ใช่รึไง?”

“เฮ้ย...อย่าเรียกว่าเฉไฉสิ ต้องบอกว่าเป็นการให้ความคิดเห็นอย่างกระตือรือล้นต่างหาก แล้วยังไงมันก็ไม่มีอะไรจริง ๆ แต่ชั้นขอบอกก่อนนะว่าชั้นไม่ได้ตั้งใจ แค่...บังเอิญไปเห็นเข้าแค่นั้นเอง” คิริชิมะยังคงเบี่ยงประเด็นไปมาไม่ยอมเข้าเรื่องและเอาแต่แก้ตัวท่าเดียว
 
ในที่สุดโยโกซาว่าก็หมดความอดทน เขาขึ้นเสียงแล้วพูดว่า “ถ้าคุณมีอะไรจะพูดก็รีบ ๆ พูดออกมาซะ!

“ขอโทษ! ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะดูจริง ๆ !” อยู่ ๆ คิริชิมะก็พนมมือเข้าหากันเป็นท่าที่มองยังไงก็ขอโทษอยู่ แต่...แค่ขอโทษไม่ได้ช่วยให้เข้าใจสาเหตุเลยแม้แต่นิด

“…ผมยังไม่รู้ว่าคุณขอโทษเรื่องอะไรเลยนะ”

“คือ...ไอ้การ์ดจากงานแข่งกีฬานั่นน่ะ” ในที่สุดเขาก็อุบอิบออกมา แต่หมดปัญญาจะอธิบายมากกว่านั้น

“การ์ดเหรอ...?”

“ก็อันจากตอนที่นายวิ่งแข่งแทนชั้นไง”

“วิ่งแข่งอะไรของคุณ...อ๊ะ!” ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าไอ้การขอโทษทั้งหมดนี่มันมีที่มาที่ไปยังไงจนได้ ตอนวันแข่งกีฬาของฮิโยริ โยโกซาว่าลงแข่งวิ่งหาของในตำแหน่งผู้ปกครองแทนคิริชิมะ ดูเหมือนคิริชิมะจะไปเห็นสิ่งที่เขียนไว้บนการ์ดที่โยโกซาว่าจับได้ตอนแข่งด้วยสาเหตุอะไรบางอย่าง โยโกซาว่ากับฮิโยริกะว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับระหว่างพวกเขาสองคน และไม่ยอมบอกคิริชิมะว่ามีอะไรเขียนอยู่บนการ์ด แต่แล้ว...

“มันบังเอิญตกลงมาจากชั้นหนังสือตอนชั้นเอาผ้าที่ซักแล้วไปเก็บในห้องฮิโยริน่ะ พอชั้นเก็บขึ้นมาแล้วถึงได้รู้ว่ามันคือไอ้การ์ดนั่น” ที่คิริชิมะพูดพล่ามเหมือนคนร้ายสารภาพความผิดที่ตัวเองก็ไม่ได้ถูกกล่าวหานี่อาจจะเป็นเพราะความรู้สึกผิดล้วน ๆ “แบบว่า...ชั้นคิดจริง ๆ นะว่ามันเป็นคำว่า ครอบครัว หรืออะไรไม่รู้ล่ะ! ...ไม่นึกเลยว่าจะเป็นคำนั้น...”

“……….”

การที่คิริชิมะพูดอ้อมโลกแบบนี้แปลได้ว่า...เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาเป็นคนแรกที่โยโกซาว่ามองหาตอนเห็นคำที่อยู่บนการ์ด คนสำคัญที่สุด ขนาดนึกย้อนกลับไปตอนนี้ยังรู้สึกได้ว่าเรื่องที่เขาทำไปแบบไม่ได้คิดนั่นมันน่าอายสุด ๆ

โยโกซาว่าอ้าปากจะโต้กลับก่อนที่คิริชิมะจะล้อเรื่องการ์ด แต่พอเงยหน้ามองเขาก็รู้สึกตัวว่าคิริชิมะกำลังหน้าแดงอยู่ โยโกซาว่ายกมือขึ้นสางผมด้วยความพยายามที่จะทำลายบรรยากาศชวนอึดอัดแล้วพูดว่า “โธ่เอ๊ย ทำหน้าแดงอะไรของคุณน่ะ?”

“เปล่า ชั้นแค่...ตอนนี้...ชั้นยังมองหน้านายตรง ๆ ไม่ได้น่ะ”

“หา?”

“มันช่วยไม่ได้นี่! ชั้นไม่เคยคิดเลยว่านายจะคิดแบบนั้น…”

“พูดอะไรของคุณ...” พอเห็นคิริชิมะมีปฏิกิริยากับเรื่องทั้งหมดนี่ขนาดนี้แล้วหน้าของโยโกซาว่าเองก็พลอยค่อย ๆ ร้อนขึ้นตามไปด้วย ดูเหมือนการที่คิริชิมะเขินแบบไม่สมกับเป็นตัวเขาเองจะทำให้คิริชิมะมองหน้าโยโกซาว่าไม่ติด

ถ้าเป็นไปตามปกติแล้ว พอถึงจุดนี้โยโกซาว่าก็จะปัดฉับด้วยประโยค “พูดพล่ามเรื่องบ้าอะไรไม่สมกับเป็นคุณเลยซักนิด” แต่ความเขินของคิริชิมะอาจจะแพร่เชื้อได้ เพราะเขาพบว่าตัวเองไม่สามารถจะพูดอะไรออกมาได้เลย

เมื่อไม่รู้จะพูดอะไร ทั้งสองคนจึงพร้อมใจกันเงียบแล้วเอาแต่มองเท้าตัวเอง... แต่แล้วกลายเป็นว่าคนที่เข้ามาทำลายบรรยากาศชวนอึดอัดระหว่างพวกเขาสองคนคือผู้บุกรุกที่ไม่รู้จักดูบรรยากาศ

“อ๊ะ มาอยู่นี่เอง โยโกซาว่าซัง!”

“เฮ...เฮ็นมิ...”

ดูเหมือนเฮ็นมิจะไม่ทันสังเกตุเห็นบรรยากาศแปลก ๆ ที่ปกคลุมห้องประชุมอยู่ เขาพล่ามต่อแบบไม่สนใจคนอื่น “ผมตามหาทั่วไปหมดเลยนะครับ! ผมจะถามว่า...เอ๋? นี่ทำอะไรกันอยู่เหรอครับ หน้าแดงกันทั้งคู่เลย เครื่องทำความร้อนเสียรึเปล่า?”

“ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ เฮ็นมิ!”

“เอ๋? ด...เดี๋ยวก่อนสิครับ! คนที่มาตามคือผมต่างหากล่ะ!”

คราวนี้เป็นตาของโยโกซาว่าที่จะม้วนหางวิ่งหนีบ้าง เขารีบหลบออกไปจากห้องประชุมอย่างรวดเร็ว

ดูเหมือนว่าหัวใจที่เต้นรัวของเขาจะยังไม่สงบลงในเวลาอันใกล้นี้

-จบ-

 

============================================

ตอนนี้เริ่มเรียนปริญญาโทแล้วแถมโปรเจ็คที่ทำบ้าบอคอแตกไปช่วงน้ำท่วมก็ถึงกำหนดส่งเลยวุ่นวายไปหมดเลยค่ะ ที่จริงเวลาที่เอามาแปลนี่ก็ควรจะเอาไปทำงานนะ แต่อยากจะเวิ่นเว้อบ้างอะไรบ้าง จะได้หายเฉา
เวิ่นเสร็จแล้วก็ขอลาไปทำงานต่อล่ะค่ะ

เจอกันใหม่เอ็นทรี่หน้า